ผู้เขียน หัวข้อ: 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า คนไทยท่องเที่ยวเมื่อใด ก็ย่อมได้  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กันยายน 11, 2019, 04:45:29 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 855
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ชาวไทยไปเที่ยวเมื่อใด ก็ย่อมได้
การทำวีซ่า เพื่อท่องเที่ยวยังประเทศต่างๆนั้น ดูเหมือนจะยุ่งยาก แล้วก็หลายขั้นตอนมากๆด้วยเหตุผลดังกล่าวเราจะข้ามมันไป แล้วไปเที่ยวให้บันเทิงใจกับ เที่ยว 30 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า กันเลยดีกว่า ..บางประเทศนั้นก็เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวไทยอีกด้วย
ท่องเที่ยว 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า
1. ประเทศไต้หวัน (Taiwan) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ไต้หวัน ภายหลังที่ทางรัฐบาลไต้หวัน ได้ประกาศยกเว้นการตรวจลงตราวีซ่าให้คนประเทศไทย และประเทศในอาเซียน เมื่อปีให้หลัง ล่าสุดก็ได้ประกาศ “ขยายเวลาฟรีวีซ่า” ให้เพิ่มเติมอีก 1 ปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เดือนสิงหาคม 2560 ถึง 31 ก.ค. 2561 คนไหนกันมีแพลุกลี้ลุกลนท่องเที่ยวประเทศไต้หวัน อยากแบ็คแพ็คไปสัมผัสเมืองที่วัฒนธรรม ศิลป์ และธรรมชาติ ไม่ว่าจะท่องเที่ยวในเมืองอย่างกรุงไทเป, เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น, บริเวณซีเหไม่นติง, อนุสรณ์สถาน ดร.ซุน ยัตเซน, วัดหลงซาน, อาคารไทเป 101, อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก หรือท่าเรือตัมสุ่ย
2. ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
เกาหลี เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว โดยยิ่งไปกว่านั้นสาวๆเนื่องด้วยใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแค่ 5-6 ชั่วโมง ถ้าเกิดกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีนั้นมีเยอะมากหลายที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงโซล Seoul นอกเหนือจากเป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้แล้ว ยังเป็นเมืองที่ผู้คนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ด้วยเหตุว่ามีอีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่ช้อปปิ้งที่มีสินค้าให้เลือกทุกชนิด แล้วก็แหล่งบันเทิงต่างๆที่สุดฮิตก็คงจะไม่พ้น พระราชวังคยองบกกุง, เกาะนามิ, เมียงมองป่าดง, เกาะเซจู, โซลทาวเวอร์, หมู่บ้านบุกชอนฮันอก, แดดุนซาน, ลอตเต้เวิล์ด ถือได้ว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ยอดนิยม
3. ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะรวมกันอยู่มากยิ่งกว่า 7,000 เกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค ชาวฟิลิปปินส์ในปัจจุบันมีการสืบสายมาจากการผสมผสานของหลายเชื้อชาติ ตัวอย่างเช่น ดูโกเลีย อินโดนีเซีย มาเลย์ แล้วก็จีน รวมถึงยังมีผู้หนีภัยชาวอินเดีย อาหรับ ประเทศสเปน และอเมริกันมาอาศัยรวมอยู่ด้วย ประเทศที่มีความโดดเด่นทางทะเลก็จำต้องที่นี่ล่ะ มีชายหาด สมุทร และเกาะมากอย่างยิ่ง ทดลองท่องเที่ยวดูสถานที่แล้วก็แหล่งธรรมชาติดูสิ ไม่ว่าจะเป็น เมืองมะนิลา, ซีบู, เทือกเขาช็อกโกแลต (Chocolate Hills), ปวยร์โตปรินเซซา (Puerto Princesa) นครที่เทวดา, อุทยานธรรมชาติปะการังตุบบาตาฮา (Tubbataha Reef), ภูเขาไฟมายอน (Mayon Volcano), ทุ่งนาขั้นบันไดบานาเว (Banaue Rice Terraces) ฯลฯ
4. ประเทศลาว (Laos) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ประเทศลาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือประเทศลาว ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทย นับว่าได้รับกระแสความนิยมในเรื่องท่องเที่ยวเป็นอันมาก ด้วยลักษณะพื้นที่ อากาศ ภาษา และก็วิถีชีวิตของคนลาว มีลักษณะที่ไม่มีความแตกต่างจากคนไทยมากเท่าไรนัก สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและมีชื่อเสียงกันดีก็มี เวียงจันทน์ วังเวียง ปากเซ หรือหลวงพระบาง จากไทยสามารถเดินทางไปยังลาวได้ โดยผ่านจุดผ่านแดนบริเวณชายแดนไทย-ลาวทั้งหมดทั้งปวง 15 จุด แล้วก็ภาษาลาวนั้นมีสำเนียงคล้ายกับภาษาอีสานของไทยเรานี่แหละ
5. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านชายแดนใต้ของพวกเรา และก็คนประเทศไทยไทยเดินทางไปท่องเที่ยวมากมายเป็นอันดับหนึ่งประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแบ่งได้ 2 ส่วน โดยมีสมุทรจีนใต้กัน ส่วนแรกเป็น คาบสมุทรมลายู หรือ มาเลเซียตะวันตก มีชายแดนทางทิศเหนือติดประเทศไทย แล้วก็ทิศใต้ใกล้กับสิงคโปร์ ส่วนที่สองเป็น ทางเหนือของเกาะบอร์เนียว หรือ มาเลเซียทิศตะวันออก มีชายแดนด้านทิศใต้ติดอินโดนีเซีย แล้วก็มีพรมแดนล้อมประเทศบรูไน มาเลเซียเป็นพวกจัดตั้งขึ้นของกลุ่มประเทศอาเซียน มีเมืองหลวงคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ คนไม่ใช่น้อยอาจจะรู้จักการละหมาด ซึ่งประเทศมาเลเซียนั้นมีผู้นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในประเทศ โดยมีสูงถึง 55% ท่องเที่ยวทั้งทีจะต้องไม่พลาดเมืองมะละกา (Melaka), ตึกเปโตรนาส (Petronas Twin Towers), เมืองปุยี่ห้อจายา (Putrajaya), สวนน้ำเลเก๋แลนด์
6. ประเทศเวียดนาม (Vietnam) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
เวียดนาม นับว่าเป็นเพื่อนบ้านกับไทยมานาน นอกเหนือจากนี้ ในประเทศยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าสนใจอยู่เยอะแยะ เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความสวย รวมถึงมีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายที่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฮอยอัน, อ่าวฮาลอง (Ha Long Bay), ป่าช้าโฮจิมินห์, ราชสำนักเว้, เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน (The Sand Dunes of Mui Ne)
7. ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
สิงคโปร์ ประเทศเกาะเล็กเกาะน้อยๆในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางด้านใตนของประเทศไทยต่อจากประเทศมาเลเซีย เป็นปากอ่าวต้อนรับนักท่องเที่ยวจากตะวันตกสู่คาบทวีปตะวันออก ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้าสูงสุดแถวหน้าของโลก ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูง (ขึ้นชื่อว่าเป็นสีสันของทวีปเอเชียเชียวล่ะ) เป็นเมืองท่าแล้วก็เมืองเศรษฐกิจกิจการค้าหลักในแถบเอเชีย มีความมากมายของเชื้อชาติรวมทั้งศาสนา ก็เลยมีความแตกต่างที่ลงตัวทั้งยังด้านวัฒนธรรม ความเลื่อมใส ศิลปะและก็เทคโนโลยี แถมยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความสะอาดอีกด้วย เกาะนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวแทบทุกมุม ดังเช่นว่า S.E.A. Aquarium, Universal Studio, มาริน่า เบย์ (Marina Bay), คลาร์ก คีย์ (Clarke Quay), วัดศรีมาริอัมมันต์, วัดเจ้าแม่กวนอิม, วัดเซียนฮกเก๋ง
8. เขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macao) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มาเก๊า เป็นเพียงเกาะเล็กๆตั้งอยู่บริเวณริมตลิ่งทางตะวันออกของจีน รวมทั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล โดยมีเขตแดนชิดกับเขตกวางตุ้ง ซึ่งไม่ห่างจากประเทศฮ่องกงเท่าไรนัก ดินแดนแห่งนี้รู้จักกันดีในกลุ่มนักเสี่ยงดวง ด้วยเหตุว่ามีถูกกฎหมายเยอะแยะ แต่ว่านอกจากนั้นแล้วมาเก๊ายังน่าท่องเที่ยวอีกด้วย เนื่องจากในอดีตมาเก๊าเคยเป็นประเทศราชของประเทศโปรตุเกส ก็เลยทำให้มีกลิ่นอายของประเทศโปรตุเกสอยู่มากมาย ทั้งอาคารบ้านเรือนรวมทั้งวัฒนธรรมการกิน มีบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่เที่ยวที่ห้ามพลาด มาเก๊าก็จะมีการตกแต่งไฟสวยๆในบริดวณหลายจุด ดังเช่น Senado Square ถ้าหากผู้ใดกันคอยเคาท์ดาวน์ที่ประเทศฮ่องกงและก็มาเก๊า บอกเลยว่าจะได้ชมดอกไม้ไฟสุดอลังการแน่ๆ ยิ่งกว่านั้นที่เที่ยวได้รับความนิยมก็ยังมีอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซากโบสถ์เซนต์ปอล, จัตุรัสเซนาโด, วัดอาม่า, ฟอร์ทาเลซา ดู มอนเต, พิพิธภัณฑ์มาเก๊า, มาเก๊าทาวเวอร์, มาเก๊า ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ
9. ญี่ปุ่น (Japan) : ท่องเที่ยวได้ 15 วัน
ประเทศญี่ปุ่น มีเกาะหลัก 4 เกาะร่วมกัน เป็น เกาะฮอกไกโด (Hokkaido) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ, เกาะฮอนชู (Honshu) ตั้งอยู่ทางใจกลางของประเทศ เป็นเกาะหลัก, เกาะชิโกกุ (Shikoku) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกทางตอนล่างของเกาะฮอนชู เป็นเกาะที่เล็กที่สุดในบรรดาเกาะหลัก รวมทั้งเกาะคิวยก (Kyushu) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ เกาะของญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นหมู่เกาะเทือกเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ แล้วก็หนึ่งในภูเขาไฟที่เป็นที่รู้จักสูงที่สุดก็คือ ภูเขาไฟฟูจิ คนประเทศไทยพวกเราก็ไปเช็คอินประเทศญี่ปุ่นกันบ่อยอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเมืองเกียวโต โอซาก้า ทุ่งนารา ซึ่งสถานที่เที่ยวสุดได้รับความนิยมก็มี ช้อปปิ้งบริเวณคุ้นชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ, พระราชวังฮิเมะจิ, ชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ณ ฟุระโนะ, เล่นสกีบนเกาะฮอกไกโด ฯลฯ นับได้ว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ยอดนิยม
10. ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
อินโดนีเซีย ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างแดนอิเหนาก็มีสถานที่เที่ยวอันน่าสนใจจำนวนมากหลายที่ ทั้งที่คนอีกจำนวนไม่น้อยบางทีอาจไม่รู้จักมาก่อน หรือรู้จักเพียงแค่บางที่ที่ขึ้นชื่อลือนามอย่าง “เกาะบาหลี” เป็นประเทศที่มีสามัญชนมากมายสุดเป็นอันดับ 4 แล้วก็มีหมู่เกาะเยอะที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นเกาะบาหลี, มหาเจดีย์บุโรพุทโธ, อุทยานแห่งชาติวัวโมโด (Komodo National Park), เกาะกีลี (Gili Islands), ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple), ดินแดนลึกลับโทราจาแลนด์
11. เขตบริหารพิเศษฮ่องกง (Hong Kong) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ฮ่องกง ดินแดนที่ไม่เคยหลับ เคยเจริญเช่นไรก็ยังเจริญอยู่แบบนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดี๋ยวนี้ที่แปลงเป็นเมืองแห่งการช้อปปิ้งลำดับต้นๆของเอเชียไปเสียแล้ว ไม่ว่าใครไปฮ่องกงก็ต้องได้สิ่งของติดไม้ติดมือกันมาทั้งหมด โดยยิ่งไปกว่านั้นผลิตภัณฑ์แบรนด์เนม เพราะว่าฮ่องกงเป็นดินแดนที่ปลอดภาษี ขาช้อปทั้งหลายจึงได้ยิ้มแฉ่งไปตามๆกัน นอกจากการช้อปปิ้งแล้ว ฮ่องกงก็ยังมีสถานที่เที่ยวสุดอันซีนมากมาย อย่างเช่น อะเวนิว ออฟ สตาร์, เดอะพีค, ประเทศฮ่องกงดิสนีย์แลนด์, ตลาดช่วงเวลากลางคืนเทมเปิลสตรีท
12. ประเทศเขมร (Cambodia) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
กัมพูชา ดินแดนแห่งอารยธรรม สถาปัตยกรรม แล้วก็เทวสถานที่เคยเจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัยก่อน ผ่านมานานเป็นพันๆปี กัมพูชา หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า เขมร หรือ ขะแมร์ ทิศเหนือและทิศตะวันตกชิดกับเมืองไทยเรานี่เอง พลเมืองส่วนมากครึ่งหนึ่งของประเทศแก่น้อยกว่า 19 ปี เพราะว่าประเทศเขมรเคยทำศึกทำสงครามเพื่อล้างเผ่าพันธุ์ให้พลเมืองเหลือน้อยที่สุด ถ้าเกิดได้ไปเที่ยวจะมองเห็นประวัติการฆ่าฟัน เด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา ด้วยแนวทางที่เหี้ยมโหดอำมหิต เขมรเป็นประเทศที่มีศิลปวัฒนธรรม ขนบประเพณี ศาสนา รวมทั้งสถาปัตยกรรมต่างๆใกล้เคียงกับประเทศไทย ที่พลาดไม่ได้ก็คือ นครวัด 1 ใน7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยิ่งกว่านั้นยังมีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม เช่น ทะเลสาบ เทือกเขาสูง น้าตกสวยๆป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆเป็น ราชสำนักหลวงพนมเปญ, ปราสาทบายน, พระราชวังนครธม, วิมานเอกราชหรืออนุสาวรีย์อิสระ รวมทั้งยังมี ‘โรซาน่า บรอดเวย์ เมืองเสียมเรียบ’ คาบาเร่ย์โชว์แห่งแรกในเขมรอีกด้วย
13. ประเทศแอฟริกาใต้ (Republic of South Africa) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
แอฟริกาใต้ เป็นประเทศอิสระที่อยู่ช่วงปลายตอนใต้สุดของทวีปแอฟริกา มีชายแดนใกล้กับประเทศนามิเบีย ประเทศบอตสวานา ประเทศซิมบับเว ประเทศโมซัมบิก รวมทั้งประเทศสวาสิแลนด์ ส่วนประเทศเลโซโท (Lesotho) เป็นดินแดนที่ถูกล้อมทุกด้านด้วยอาณาเขตของประเทศแอฟริกาใต้ รวมทั้งยังเป็นประเทศส่งออกเพชรรวมทั้งทองคำ มีความมากมายหลายทางด้านวัฒนธรรม และเป็นที่ 3 ของโลกที่มีความมากมายหลายทางชีวภาพ ภูมิประเทศประกอบไปด้วยริมฝั่ง เทือกเขา ทะเลทราย ป่าเขียวชะอุ่ม แล้วก็มีสัตว์ป่า แอฟริกาขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของอากาศ ส่วนใหญ่จะมีอากาศอบอุ่น แม้กระนั้นก็มีแดดจ้า หน้าหนาวจะเย็นและฝนตกเนื่องจากแอฟริกาใต้ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ฤดูกาลจึงตรงข้ามกับ อเมริกาเหนือและยุโรป สถานที่เที่ยวยอดนิยมต้องนี่เลย Sun City Resort (รีสอร์ตซันสิตี้) รีสอร์ทและสุดหรู, เขตป่าสงวนฮลูฮลูเว้-อัมโฟโลซี่, Blyde River Canyon (หุบผาแม่น้ำไบลด์), Durban Beaches (หาดเดอร์บัน), able Mountain (เทเบิ้ลมาวหรูน /ภูเขารูปโต๊ะ), Kruger National Park (อุทยานแห่งชาติอาจารย์เกอร์)
14. ประเทศบราซิล (Brazil) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
บราซิล เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นชั้นที่ 5 ของโลก เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดรวมทั้งมีสามัญชนมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ มีพื้นที่กว้างใหญ่ระหว่างตอนกลางของทวีปอเมริกาใต้แล้วก็มหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีกรุงบราซีเลีย (Brasília) เป็นเมืองหลวงของประเทศ บราซิลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น เหล็ก ทอง ถ่านหิน น้ำมัน นิคเกิล ยูเรเนียม ท่อนไม้ แร่ดิบ แล้วก็แร่รัตนชาติ ถือได้ว่าเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลกอย่างยิ่งจริงๆ สถานที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาดคือ Cristo Redentor (The Christ the Redeemer) รูปปั้นพระเยซูคริสต์, สนามกีฬา Maracana Stadium, สวนพฤกษชาติ Jardim Botanico, เทือกเขากึ่งกลางอ่าว Guanabara Bay
15. ประเทศบาห์เรน (Bahrain) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
บาห์เรน เป็นประเทศเกาะในอ่าวเปอร์เซีย (อ่าวอาหรับ) อยู่ห่างจากประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยมีสะพานเชื่อมต่อระหว่างกัน 28 กิโล เป็น สะพานคิงฟะฮัด บาห์เรนเคยอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษ บาห์เรนเป็นประเทศแรกในอ่าวอาหรับที่ขุดเจอน้ำมันดิบในปี 2475 และก็มีการสร้าง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : wildtemptationbengals

Tags : wildtemptationbengals.com