แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - babala

หน้า: [1] 2 3
1

                  ต้องบอกเลยว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสินค้าไอทีต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ถูกให้พัฒนาขึ้นให้ดีกว่าแต่ก่อนเยอะมาก ทั้งในเรื่องคุณภาพและราคา ยิ่งมีการเปิดตัว tv รุ่นใหม่ ๆ มากเท่าไร ราคา tv ของรุ่นเก่า ๆ จะถูกลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ตามกำลังทรัพย์ที่มีอยู่ได้อย่างไม่ต้องเดือดร้อน และหากใครที่กำลังคิดว่าจะซื้อ tv ดี ๆ สักเครื่องหนึ่งแต่ไม่รู้ว่าควรที่จะต้องเลือกแบบไหนเพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่แล้วละก็ ตามเรามาทางนี้เลยค่ะ เดี่ยวเราจะแนะนำให้เอง

             เทคนิคการเลือกซื้อ tv ให้ได้ความคุ้มค่าคุ้มราคา tv ที่สุดควรดูข้อเหล่านี้เป็นหลัก

1.คำนึงถึงเรื่องขนาดของทีวี
คุณควรจะคำนึงถึงขนาดของห้องที่วางทีวีด้วยว่าต้องใช้ขนาดหน้าจอทีวีเท่าไรถึงจะเหมาะสม เพราะถ้าคุณเอาทีวีที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ ๆ ไปไว้ที่ห้องเล็ก ๆ มันคงไม่เหมาะสมต่อการดูแน่นอน ดังนั้นวิธีคำนวณขนาดหน้าจอทีวีที่เหมาะสมแบบง่าย ๆ เลย คือให้ลองวัดระยะห่างที่คุณจะวางทีวีกับตำแหน่งที่จะนั่งดูทีวีโดยใช้หน่วยเป็นนิ้ว แล้วหารด้วย 1.5 ก็จะได้ขนาดทีวีที่เหมาะสมแบบคร่าว ๆ ค่ะ

2.อย่ามัวให้ความสนใจกับฟีเจอร์ที่ไม่ค่อยจำเป็น
หลายแบรนด์พยายามจะใส่ฟีเจอร์ที่ไม่ค่อยจำเป็นเข้ามาให้ดูล้ำ ๆ ในการทำการตลาด แต่เชื่อเถอะว่า ฟีเจอร์ส่วนใหญ่ที่ว่ามานั้นไม่ค่อยมีประโยชน์กับคุณเท่าไหร่ ก่อนจะเลือกซื้อให้ลองถามตัวเองก่อนว่าฟีเจอร์เหล่านั้นมันจำเป็นสำหรับคุณจริง ๆ หรือไม่ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

3.ไม่ต้องซื้อรุ่นใหม่ล่าสุดมากก็ได้
หลายคนเวลาเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจจะคิดว่าซื้อรุ่นใหม่ล่าสุดไว้ก่อนจะดีกว่า แต่เราขอแนะนำให้คุณเลือกทีวีรุ่นใหม่สุดที่ราคาสมเหตุสมผลพอที่คุณจะซื้อได้ และมีฟีเจอร์ที่จำเป็นครบถ้วนก็เพียงพอ ถ้าเป็นไปได้ก็พยายามซื้อทีวีที่มีฟีเจอร์ HDR ไว้ด้วย จะได้รองรับกับ Content ในอนาคตค่ะ

4.อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาของแบรนด์ต่าง ๆ มากจนเกินไป
อย่าที่บอกไปข้างต้นว่าทีวีบางแบรนด์ก็มักจะนำเสนอฟีเจอร์ที่ไม่ค่อยจำเป็น อย่าเพิ่งเชื่อคำกล่าวอ้างของแบรนด์ง่าย ๆ จนกว่าคุณจะได้ทำการศึกษาข้อมูลของทีวีรุ่นนั้น ๆ อย่างถ่องแท้ และควรไปทดลองดูของจริงให้เห็นกับตา รวมถึงเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติและราคาใกล้เคียงกันด้วย

5.อย่าลืมพิจารณาวัตถุประสงค์หลักในการใช้งานของตัวเอง
คุณควรคิดก่อนว่าคุณใช้ทีวีดูอะไรเป็นหลัก อย่าเพิ่งไปตัดสินใจซื้อตามเพื่อน เพราะเขาบอกว่ารุ่นนี้ดี เนื่องจากความต้องการใช้งานของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน

6.อย่าซื้อแค่เพราะเห็นว่าราคาถูก
แน่นอนว่าเวลาเลือกซื้ออะไร เราก็อยากจะซื้อของที่ราคาถูกกว่าไว้ก่อน แต่ราคาถูกในที่นี้คุณก็ควรจะเปรียบเทียบกับคุณภาพของสินค้าด้วย ทีวีบางรุ่นมีราคาที่ถูกมากจริง ๆ แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้แล้ว ราคาที่ว่าถูกอาจจะไม่คุ้มค่าสักเท่าไหร่นัก สู้ยอมซื้อรุ่นที่ราคาสูงกว่านิดหน่อย แต่คุณภาพสมราคาดีกว่า

7.ถูกไปก็ไม่ดี แพงไปก็ไม่ได้
อย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่าไม่ควรซื้อทีวีรุ่นที่ราคาถูกจนเกินไปนัก เพราะของถูกเกินไปมักมากับคุณภาพที่ไม่ดี ในทางกลับกัน คุณก็ไม่ควรจะซื้อทีวีที่แพงเกินความจำเป็นด้วย ส่วนใหญ่แล้วทีวีราคาสูงมาก ๆ มักจะมาพร้อมฟีเจอร์ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรนัก นอกจากเอาไว้ให้แบรนด์โปรโมทหรือบางครั้งทีวีที่แพงมาก ๆ อาจจะมาจากดีไซน์ที่ดูสวยล้ำสมัย หากคุณไม่ได้มีความนิยมชมชอบกับดีไซน์เลิศหรูอลังการ ก็อาจจะมองข้ามจุดนี้ได้ เลือกที่พอเหมาะพอควรกับงบประมาณเราจะดีกว่าค่ะ

               แม้เทคโนโลยีจะก้าวไปไกลมากในตอนนี้ แต่การเลือกซื้อสินค้าเข้ามาที่บ้าน โดยเฉพาะ tv ก็ต้องใช้การเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย รวมถึง ราคา tv มากเป็นพิเศษ เพราะ tv ไม่ใช่แค่เป็นจุดศูนย์รวมความสุขความบันเทิงของคนในบ้านเท่านั้น แต่ต้องมองความคุ้มค่าที่ใช้ไปได้นานอีกหลายปีด้วย

#ราคาtv

2

                  ต้องบอกเลยว่าทุกวันนี้ มีผู้คนคนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจและดูแลสุขภาพของตนเองกันเยอะมาก ทั้งในเรื่องการออกกำลังกาย หรือเรื่องอาหารการกินที่เน้นถึงคุณค่าของสารอาหารและความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะเหตุนี้จึงทำให้อาหารที่เกี่ยวกับสุขภาพจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ราคาของอาหารเพื่อสุขภาพนั้นราคาสูงขึ้น แหละนี่จึงกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนเลือกที่จะทำอาหารทานเอง แน่นอนค่ะ ว่าถ้าทำอาหารทานเองนั้นเราจำเป็นต้องมีอุปกรณ์เครื่องครัวต่าง ๆ เอาไว้เพื่อทำอาหารด้วย โดยเฉพาะสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยอย่าง เครื่องปั่นอเนกประสงค์ เพราะมันสามารถช่วยให้คุณสามารถทำอาหารเพื่อสุขภาพได้หลากหลายมากเลยที่เดียว ที่สำคัญมันยังใช้งานได้ง่าย สะดวก แถมยังประหยัดเวลาในการทำอาหารอีกด้วย ทำได้ขนาดนี้แล้วจะไม่มีได้ยังไงละคะ เอาเป็นว่าหากใครที่ยังไม่มีเครื่องปั่นอเนกประสงค์และกำลังคิดที่จะซื้ออยู่แต่ยังไม่รู้จะซื้อรุ่นไหนดีแล้วละก็ เราขอเสนอตัวเลือกดี ๆ ให้กับท่านเอง รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน พร้อมแล้วเรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะ

                 3 อันดับเครื่องปั่นอเนกประสงค์ที่คุ้มค่าต่อการซื้อ

1.Philips Avance Collection HR3663/90
เครื่องปั่นพลังสูงสำหรับครอบครัวที่ชอบสมูทตี้
เครื่องปั่นจาก Philips ตัวนี้เป็นเครื่องปั่นที่มีแรงปั่นแรงพิเศษถึง 1,400 วัตต์ มาพร้อมกับเทคโนโลยีการปั่น Problend 6 3D ช่วยในเรื่องของการรักษาสารอาหารจากการปั่น มีฟังก์ชันพิเศษสำหรับปั่นสมูทตี้โดยเฉพาะ เครื่องสามารถปั่นได้ถึง 35,000 รอบต่อนาทีทำให้ได้เนื้อที่เนียนละเอียดมากขึ้นถึง 50% หลาย ๆ คนที่ใช้ยืนยันว่าไม่เหลือเกล็ดน้ำแข็งเล็ก ๆ แม้แต่น้อยค่ะ
นอกจากนี้ตัวโถยังทำจากพลาสติก Tritan ที่แข็งแรงกว่าพลาสติกทั่วไปจึงสามารถนำเข้าเครื่องล้างจานได้ มีขนาดใหญ่เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางไปจนถึงใหญ่ที่ชื่นชอบการดื่มสมูทตี้เพื่อสุขภาพ ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย ตัวเครื่องมีระบบปิดเครื่องอัตโนมัติ รวมทั้งมีสัญญาณไฟแสดงการเปิดเครื่องด้วยค่ะ

2. OZEN Vacuum Blender
รักษาคุณค่าสารอาหารเพื่อคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ
เครื่องปั่นสูญญากาศมาจากประเทศเกาหลี ความพิเศษคือการสร้างพื้นที่สูญญากาศในโถปั่นเพื่อลดพื้นที่สัมผัสของเนื้อผักผลไม้กับอากาศภายในโถที่อาจก่อให้เกิดการ Oxidation จนผักและผลไม้สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการค่ะ
นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสีสดของวัตถุดิบ ไม่ทำให้น้ำปั่นที่ได้แยกชั้นเป็นน้ำและกากใยเหมือนเครื่องปั่นรุ่นอื่น ๆ เหมาะสุด ๆ สำหรับคนที่ต้องการปั่นน้ำผักผลไม้ที่เน้นดื่มเพื่อสุขภาพจริง ๆ และนอกจากโถปั่นที่มีความจุถึง 1,500 มิลลิลิตรแล้ว ยังมาพร้อมแก้วปั่นอีก 1 ใบ เพิ่มความสะดวกให้นำออกไปใช้งานข้างนอกได้อีกด้วย

3. Sharp EM-SMART4
ทั้งปั่นทั้งแยกกากได้ในเครื่องเดียวกัน
เครื่องปั่นจาก Sharp รุ่นนี้มีจุดเด่นคือมาพร้อมกับที่กรองกากอาหารระหว่างปั่นและยังมีโถบดมาให้ในชุดอีกด้วย ตัวโถทั้งสองทำมาจากพลาสติกที่ได้รับการรับรองว่าเป็นวัสดุสำหรับ Food grade เหมาะกับคนที่ปั่นอาหารและเครื่องดื่มสำหรับ 1-2 คน ใบมีดทำมาจากสแตนเลส มี 4 แฉก สามารถปั่นได้ดีค่ะ
ส่วนเรื่องความปลอดภัย ตัวเครื่องยังได้รับการรับรองมาตรฐาน RoHS (Restriction of Hazardous Substances) จากสหภาพยุโรป ที่มั่นใจได้ว่าไม่ได้ใช้สารเคมีต้องห้ามในการผลิต อีกทั้งมอเตอร์จะหยุดทำงานหากใส่อาหารจนล้นมากเกินไปหรือตัวโถวางไม่ตรงตำแหน่งด้วยค่ะ

            เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเครื่องปั่นอเนกประสงค์ที่เราเอามาฝาก หวังว่าจะช่วยให้คุณมีตัวเลือกที่ดี ๆ เพิ่มขึ้นแล้วก็สามารถตัดสินใจในเลือกได้ง่ายขึ้นนะคะ

#เครื่องปั่นอเนกประสงค์

3

                 เบื่อไหมคะ กับการใช้สายชาร์จโทรศัพท์แบบเดิม ๆ ที่เวลามีการโทรเข้าโทรออกแล้วต้องคอยชักสายชาร์จ เข้า ออก มันจะดีกว่าไหมหากเราไม่ต้องคอยเสียเวลาชักสาย ถอดสายของสายชาร์จออก โดยการนำเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาใช้อย่าง wireless charger ก็คือชาร์จแบบไร้สายนั้นเอง เชื่อว่าอาจจะมีหลายคนที่ยังสงสัยอยู่ว่า ทำไมเราต้องใช้งานการชาร์จไร้สาย เพราะเสียบสายแบบเดิมมันก็ดีอยู่แล้ว แถม wireless charger ราคาก็แพงกว่าตัวชาร์จแบบเสียบสาย ดังนั้นวันนี้เราจึงมีคำตอบมาให้ว่าทำไมเราควรใช้ Wireless Charger แล้วเราจะได้ประโยชน์ในด้านไหนบ้าง พร้อมแล้วมาดูกันเลยค่ะ

             เหตุผลที่ wireless charger ราคาแพงกว่าสายชาร์จทั่วไปแต่ทำไมถึงกลับได้รับความนิยม

1. ไม่ต้องพกสายชาร์จและ Adapter
เพียงคุณมี Wireless Charger และสมาร์ทโฟนของคุณรองรับการชาร์จแบบไร้สาย แค่วางสมาร์ทโฟน ลงบนที่รองชาร์จ ก็สามารถชาร์จแบตได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องไม่ต้องมานั่งพกนั่งม้วนสายชาร์จ ให้พันกันยุ่งอีกต่อไป แถมดีไซน์ของ Wireless Charger ในยุคนี้ก็ออกแบบมาให้พกพาได้สะดวกมาก ๆ นำติดตัวไปไหนมาไหนได้แบบไม่ลำบากเลย

2. พกอันเดียวชาร์จได้หลายเครื่อง
Wireless Charger รุ่นใหม่ ๆ สามารถรองรับการชาร์จพร้อมกันสูงสุดได้ถึง 2 เครื่อง โดยที่ชาร์จด้วยกำลังไฟเท่าเดิม เรียกได้ว่าพก Wireless Charger ไปตัวเดียวก็ใช้งานได้มากขึ้น ไม่ต้องพกสายชาร์จไปหลายอัน นี่คือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

3. ระบบชาร์จไร้สายที่รวดเร็วกว่า
หลายคนอาจมองว่าการชาร์จไร้สายนั้นใช้เวลานานกว่าจะเต็ม แต่ขอบอกว่ามันไม่ใช่อีกแล้วครับ อยากให้มาสัมผัสประสบการณ์การชาร์จด้วยระบบ Qi ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของการชาร์จแบบไร้สาย สามารถจ่ายไฟให้กับ iPhone ของคุณได้ถึง 7.5 วัตต์ ซึ่งจากเดิมหากชาร์จด้วยอะแดปเตอร์ปกติ จะจ่ายไฟได้เพียงแค่ 5 วัตต์ เรียกได้ว่ารวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้สายปกติ แถมในบางรุ่นสามารถจ่ายไฟได้ถึง 10 วัตต์ เลยด้วย รวดเร็วทันใจจริง ๆ

4. Accessories อื่น ๆ ก็สามารถชาร์จร่วมกันได้
นอกจาก สมาร์ทโฟน แล้ว Accessories อื่น ๆ ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สายก็สามารถใช้การชาร์จได้เช่นกัน อย่าง นาฬิกา สมาร์ทวอทช์ เป็นต้น เพียงแค่มี Wireless Charger เครื่องเดียว คุณก็สามารถชาร์จแบตให้อุปกรณ์ทั้งหมดของคุณได้เลย แบบที่ไม่ต้องพกอุปกรณ์ชาร์จแต่ละแบบให้ยุ่งยาก ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ

5. รองรับอีกหลายอย่างในอนาคต
โลกของเรากำลังก้าวไปสู่ยุคไร้สายอย่างแท้จริง จะเห็นได้จากทุกวันนี้นวัตกรรมต่าง ๆ เน้นการใช้งานไร้สายหมดแล้ว และเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกอุปกรณ์จะสามารถชาร์จแบบไร้สายได้ ซึ่งแน่นอนว่าหากเรามี Wireless Charger อยู่กับตัวตั้งแต่ตอนนี้ มั่นใจได้เลยว่าจะใช้งานได้ยาว ๆ ซื้อแล้วคุ้มแน่นอน

             ถึงแม้ว่าที่ชาร์จแบบ wireless charger ราคาจะสูงไป สำหรับใครหลาย ๆ คน แต่ถ้าคิดถึงประโยชน์ที่จะได้รับนั้นก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะให้ความสะดวกแล้วยังสามารถใช้งานร่วมกับ Accessories อื่น ๆ ที่ชาร์จแบบไร้สายได้อีกด้วย

#wirelesschargerราคา

4

              ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้ในการทำงานนั้นเราใช้คอมพิวเตอร์กันซะเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นประสิทธิภาพของตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะมีผลต่อการทำงาน โดยเฉพาะหน้าจอ monitor หรือหน้าจอแสดงผล เพราะถ้าหน้าจอไม่โอเค สีเพี้ยน แสดงภาพออกมาได้ไม่ชัดเจน มองเห็นตัวหนังสือไม่ชัดเจน ก็อาจจะส่งผลเสียให้กับงานที่กำลังทำอยู่ก็ได้ และยิ่งถ้าเป็นพวกสายเกมเมอร์แล้วละก็จะให้ความใส่ใจกับเรื่องการเลือกหน้าจอเป็นอย่างมากโดยส่วนมากจะเลือกใช้หน้าจอ gaming monitor เป็นจอคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับคนเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีความกว้างและความใหญ่กว่าจอคอมพิวเตอร์ปกติทั่วไป และเมื่อได้เริ่มเล่นเกมส์แล้วเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยทุกคนจะต้องเล่นเล่นกันนานอย่างน้อย ๆ ก็ต้องมี 2 ชม. ขึ้นไป ดังนั้นเพื่อให้หน้าจอ gaming monitor ดูใหม่ สะอาด น่าใช้งานอยู่ตลอดเวลาเราก็ควรที่จะต้องหาวิธีมาดูแลหรือทำความสะอาดหน้าจอบ้าง เพื่อให้เราสามารถใช้งานมันไปได้อย่างยาวนาน เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจอยากรู้ว่าควรต้องทำอะไรอย่างไงบ้างนั้นก็ตามเรามาทางนี้เลยค่ะ เรามีวิธีดูแลหน้าจอดี ๆ เอามาฝาก

               อุปกรณ์และวิธีทำความสะอาดหน้าจอ gaming monitor

อุปกรณ์ที่ต้องใช้
•   ผ้าเช็ดหน้าจอแบบไมโครไฟเบอร์ จำนวน 2 ผืน
•   น้ำยาทำความสะอาดหน้าจอโดยเฉพาะ
วิธีการทำความสะอาดมีดังนี้
•   ฉีดน้ำยาทำความสะอาดหน้าจอลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์(ผืนแรก) ที่เราเตรียมไว้ และนำไปเช็ดรอบ ๆ ตัวเคสของหน้าจอมอนิเตอร์ก่อน แนะนำว่าอย่าฉีดน้ำยาลงบนเคสของหน้าจอมอนิเตอร์เพราะว่าอาจจะทำให้น้ำยาทำความสะอาดซึมเข้าไปในตัวเครื่อง และอาจจะทำให้มีปัญหาได้
•   ฉีดน้ำยาทำความสะอาดลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ ทำการเช็ดรอบ ๆ หน้าจอให้ทั่ว อย่าเช็ดแรง เพราะอาจจะทำให้หน้าจอเสียหายได้
•   ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ผืนที่สองในการเช็ดหน้าจอโดยการเช็ดแห้ง
วิธีการรักษาหน้าจอมอนิเตอร์ให้ใช้งานกับเราไปอีกนานแสนนาน
•   เราควรเปิดหน้าจอมอนิเตอร์ก่อนเปิดตัวเครื่องคอมพิวเตอร์
•   ปรับค่าความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสมกับการใช้งาน หากเราปรับค่าให้สว่างมากเกินไปจะทำให้อายุของหน้าจอภาพสั้นลง และหากเราปรับค่าได้ตามความเหมาะสมจะเป็นตัวช่วยที่ดีอีกทางนึงสำหรับการรักษาหน้าจอมอนิเตอร์
•   ในขณะที่เราจะต้องทิ้งตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ไปทำอย่างอื่น เราก็ควรมีการตั้งค่าแบบพักหน้าจอ หรือไม่ก็ปิดตัวหน้าจอไปเลยครับ เพื่อเป็นการพักงานหน้าจอจากการทำงาน
•   ไม่ควรเปิด ๆ ปิด ๆ หน้าจอเป็นระยะเวลาติด ๆ กัน หากมีความจำเป็นต้องปิดเปิดบ่อย ๆ เราควรทิ้งระยะเวลาไว้เล็กน้อยในการปิดเปิดหน้าจอ

              เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ วิธีทำความสะอาดและดูแลรักษาหน้าจอ gaming monitor ของเราไม่ยุ่งยากเลยใช่ไหมค่ะ มาเริ่มทำความสะอาดหน้าจอและดูแลมันให้ใช้งานได้นาน ๆ กันค่ะ

#gamingmonitor

5

              ต้องบอกเลยค่ะว่าในปัจจุบันการเล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นอะไรที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยภาพเนื้อหา แสง สี เสียง ที่เสมือนจริงในเกมหลาย ๆ อย่างดึงดูดให้กับผู้ที่เข้ามาเล่นเกมได้เป็นอย่างดีและทำให้อินไปกับการเล่นเกมเป็นอย่างมาก เปรียบเสมือนเป็นการเปิดโลกอีกใบหนึ่งเลยก็ว่าได้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณถึงต้องพิถีพิถันเลือกจอเล่นเกมที่ดีที่สุดสัก 1 เครื่องเอาไว้เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการเล่นเกมให้ไปสู่อีกระดับ ซึ่งเราเชื่อเหลือเกินว่าคงมีอีกหลายคนไม่น้อยที่อยากจะรู้และสงสัยว่าอะไรคือตัววัดในการเลือกจอเล่นเกมที่ดีที่สุดสำหรับเกมมิ่งล่ะ ซึ่งถ้าจะให้อธิบายอย่างละเอียดคงจะยาวไปจนไม่รู้จบ เอาเป็นว่าหากใครที่กำลังคิดที่จะซื้อจอเล่นเกมอยู่ล่ะก็ ควรที่จะต้องรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ

         สิ่งที่ควรจะต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อจอเล่นเกม

1. Resolution
สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อจอสำหรับเล่นเกมก็คือความละเอียดของหน้าจอหรือ Resolution นั้นเอง ยิ่งความละเอียดยิ่งสูง จำนวน Pixel ในหน้าจอจะมากขึ้นตามไปด้วย และนั้นหมายถึงรายละเอียดและความคมชัดของภาพในหน้าจอ คุณภาพของกราฟฟิกในเกมจะดูดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความละเอียดของหน้าจอเป็นส่วนประกอบหลัก แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ยิ่งความละเอียดของภาพยิ่งสูง ก็ยิ่งเป็นการฉุดเฟรมเรทของเกมให้ลดลงตามไปด้วย ดังนั้นถ้าถ้าเล่นเกมและใช้จอที่มีความละเอียดขนาด 4K หรือสูงกว่านั้น และอยากได้เฟรมเรทที่สูงกว่า 60 เฟรม ก็ต้องมีเครื่อง PC ที่ทรงพลังในการรันด้วย ไม่อย่างงั้นต่อให้จอรับได้แต่เล่นไปกระตุกไปก็คงไม่ดีแน่นอน

2. Refresh rate
หนึ่งในหัวข้อที่มีการถกเถียงและเป็นประเด็นกันมากที่สุดในโลกออนไลน์ ว่าจอที่มี Refresh Rate ขึ้นไปแตะระดับ 144Hz นั้นจำเป็นสำหรับการเล่นเกมหรือไม่ ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงแล้วมันก็อยู่ที่เกมไหนจะรองรับการปรับค่าเฟรมเรทที่สูงกว่า 120 ขึ้นไปหรือไม่มากกว่า แต่ผลพลอยได้ที่มาจากค่า Refresh Rate ที่สูงขึ้นก็คือความลื่นไหลและสบายตาในการใช้งานแบบปกติมากขึ้น เกมเมอร์บางคนถึงกับเอ่ยปากเลยว่า ถ้าหากได้สัมผัสกับความลื่นไหลของจอแบบ 144Hz แล้วสักครั้งหนึ่ง จะกลับไปใช้จอแบบ 60Hz ไม่ได้กันเลย แต่ก็เป็นกรณีเดียวกันกับเรื่องของ Resolution ที่ถ้าหากเครื่อง PC ประสิทธิภาพไม่สูง และไม่สามารถทำเฟรมเรทไปถึง 120 เฟรมมันก็ดูจะไม่ได้รับผลประโยชน์ตรงจุดนี้เท่าไหร่นัก ถ้าหากคุณเป็นเกมเมอร์ที่เน้นเล่นเกมแบบ FPS และแอคชั่นที่ต้องใช้การรีดเฟรมเรทขั้นสูง ก็จะเหมาะกับการใช้งานจอแบบที่ Refresh Rate สูง ๆ หรือถ้าหากงบไม่เอื้ออำนวย ก็อาจจะเลือกจอที่ไม่ต้องมี Refresh Rate สูงมากเพื่อประหยัดเงินก็ได้ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ซีเรียสกับความลื่น ก็อาจจะต้องยอมจ่ายกันหน่อย

3. Adaptive Sync
เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่หลาย ๆ คน คงงงว่า ถ้ามีหรือไม่มีแล้วมันจะใช้งานได้หรือเปล่า ? ซึ่งเจ้า Adaptive Sync ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ก็คือ FreeSync จาก AMD และ G-Sync จาก Nvidia ซึ่งตัว Sync ทั้งสองแบบจะช่วยให้การฉีกขาดของภาพเวลาเคลื่อนไหวเร็ว ๆ นั้นลดลงหรือหายไป ทำให้ภาพที่ได้นั้นดูสบายตาขึ้น สำหรับ FreeSync นั้นจะมีมาให้กับจอเล่นเกมเป็นส่วนใหญ่และไม่ต้องจ่ายค่าตัวเพิ่ม แต่สำหรับ G-Sync นั้นจะไปอยู่กับจอตัวท็อประดับแพง ๆ เสียมากกว่า โดยสำหรับจอที่มีฟังก์ชั่น G-Sync นั้นจะแพงกว่าถึง 3 – 4 พันบาทเลยทีเดียว แต่ถ้าใครไม่กังวลเรื่องเงินอยู่แล้วและใช้การ์ดจอ Nvidia ก็อาจจะยอมจ่ายเพื่อใช้งานฟังก์ชั้นนี้ก็ย่อมได้ ส่วนผู้ใช้ AMD ก็จะประหยัดเงินไปได้หน่อย เพราะจอเล่นเกมที่ FreeSync นั้นมีราคาไม่แพงและหาได้ง่ายดายกว่ามาก

4. Panel แบบ TN และ IPS
ในปัจจุบันนี้จอมอนิเตอร์จะมี Panel อยู่สองแบบ คือ IPS และ TN เราลองมาทำความรู้จักกับจอทั้งสองประเภทนี้กัน
TN หรือ Twisted Nematic จะเป็นจอที่มีอัตราการตอบสนองหรือ Response Time ที่ดี แต่จะมีปัญหาในเรื่องของการแยกเม็ดสีที่จะไม่เที่ยงตรงมากนัก ซึ่งเหมาะกับการเล่นเกมและมีราคาที่ไม่แพง
IPS หรือ In-plane Switching จะมีจุดเด่นในเรื่องของความคมชัดและสวยงามกว่าแบบ TN และสีที่ได้จะเพี้ยนน้อยกว่าแบบ TN อยู่พอสมควร แต่ก็แลกมาด้วยความไวในการตอบสนองที่จะด้อยกว่านิดหน่อย

5. Response Time
ข้อนี้เป็นอะไรที่สำคัญมากสำหรับคนที่เล่นเกมแนวต่อสู้หรือ FPS เพราะถ้าหากจอมีการตอบสนองช้าหรือหน่วงไปแม้แต่นิดเดียวก็สามารถพลิกผลแพ้ชนะได้เลย แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบเสพบรรยากาศในการเล่นเกมมากกว่าจะมาซีเรียสเรื่องการตอบสนอง ก็อาจจะมองข้ามในส่วนนี้ไปได้บ้าง(แต่ก็ไม่ควรให้ห่างมาก เพราะถ้าดีเลย์ถึงขั้นวิสองวินี่ได้หงุดหงิดกันแน่นอนไม่ว่าจะเกมแนวไหน)

6.ขนาดของจอ
ทุกวันนี้เราสามารถเลือกซื้อจอสำหรับเล่นเกมที่ขนาด 21 – 27 นิ้วได้โดยที่ไม่ต้องเสียเงินมากเท่าสมัยก่อน ในยุคนี้การหาจอเพื่อเล่นเกมขนาด 25 นิ้วในราคาแค่ห้าพันกว่า ๆ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการเลือกขนาดของจอก็คือขนาดของโต๊ะคอม ระยะห่างระหว่างผู้ใช้งานและตำแหน่งของจอ อย่าลืมว่าจอยิ่งใหญ่ก็ต้องยิ่งนั่งให้ห่างกว่าเดิม ถ้าหากโต๊ะของเราเล็ก และขนาดห้องไม่ใหญ่มาก ก็ควรเลือกจอที่ขนาดพอดีกับระยะสายตาและตำแหน่งที่นั่งให้เหมาะสมด้วย

7.พอร์ทการเชื่อมต่อ
ในปัจจุบันจอสำหรับเล่นเกมมีพอร์ทการเชื่อมต่ออยู่หลายแบบ โดยหลัก ๆ มีดังต่อไปนี้
Display Port 1.4 เป็นการเชื่อมต่อที่ดีที่สุด ให้ความคมชัดทั้งภาพและเสียงอย่างครบถ้วน แถมยังรองรับ Refresh Rate ได้สูงอีกด้วย
HDMI 1.4/2.0 การเชื่อมต่อแบบมาตรฐานของเครื่องคอนโซลและ PC ส่วนใหญ่ ให้ความคมชัดและเสียงอยู่ในระดับที่ดี แต่จะไม่รองรับ Refresh Rate ในระดับสูง ๆ เหมือนกับ Display Port
ซึ่งถ้าหากคุณผู้อ่านอยากจะให้จอใช้งานในโหมด 144Hz ก็ต้องใช้การเชื่อมต่อแบบ Display Port และขอให้สังเกตดูตรงหัวสำหรับเชื่อมต่อให้ดีด้วย เพราะ Display Port และ HDMI Port นั้นมีลักษณะคล้ายกันมาก ดูให้ดีก่อนเสียบและเลือกใช้งานให้เหมาะสม

          เมื่อเรารู้ข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญในการเลือกซื้อจอเล่นเกมเหล่านี้แล้ว สิ่งต่อมาคือดูด้านงบประมาณที่เราได้ตั้งเอาไว้ว่าเพียงพอต่อการซื้อหรือไม่ รวมไปจนถึงสอดคล้องกับงานที่เราจะใช้ทำไหม เพราะถ้าเน้นเล่นเกมแนว Competitive และมีเงินไม่อั้น ก็ควรเลือกซื้อจอแบบ 144Hz TN มาใช้งานเพื่อความบันเทิงสูงสุด แต่ถ้าหากเราทำงานด้านกราฟฟิกที่ต้องการให้สีแสดงผลอย่างถูกต้อง ก็ควรดูจอแบบ IPS ที่ให้ความคมชัดของสีมากกว่าแบบนี้เป็นต้น อย่าละเลยการเลือกจอภาพสำหรับใช้งาน เพราะมันคือสิ่งที่เราจะต้องจ้องมองมันทุกครั้งเพื่อรับความบันเทิงจากเกมที่เล่นและสิ่งที่ทำ สุดท้ายนี้เราหวังว่าทุกคนจะสามารถเลือกหน้าจอเล่นเกมที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองเจอนะคะ

#จอเล่นเกม

6

                  ทุกวันนี้เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและถูกพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก อย่างเช่น นาฬิกา smartwatch ที่ถูกออกแบบมาให้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น โดยเจ้า นาฬิกา smartwatch นั้นอัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติที่ต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานมากมาย และตอบโจทย์ได้ดีกับคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย เพราะมีข้อดีหลาย ๆ อย่างที่ดีต่อการออกกำลังกาย โดยจะมีข้อดีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยค่ะ

             ข้อดีของการใช้ นาฬิกา smartwatch เวลาออกกำลังกาย

1.สถิติก็เก็บไว้ให้ ทั้งอัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญ จำนวนก้าวในการเดิน ช่วงเวลาที่มีกิจกรรมสูงสุด-ต่ำสุดในแต่ละวัน เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยคำนวณทุกการเคลื่อนไหวออกมาเป็นสถิติ เพื่อให้เราคอยสังเกตว่าวันนี้เคลื่อนไหวมากน้อย สถิติคงที่หรือผิดปกติมั้ย ง่าย ๆ เลย ถ้าคุณไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย แต่อยากใส่การเคลื่อนไหวที่มากขึ้นหน่อยแทรกในชีวิตประจำวัน ก็เซ็ตเป้าหมายไว้ที่นาฬิกา ผ่านแอปพลิเคชั่นของแบรนด์นั้น ๆ ถ้าทำได้ถึงเป้าหมายจะฟินอย่างบอกไม่ถูกจริง ๆ

2.จะกินจะนอนก็เตือน นาฬิกาบางรุ่นสามารถบอกได้ว่าวันนี้ต้องออกกำลังกายเพื่อเบิร์นพลังงานออกกี่แคลอรี่ สามารถใส่นอนก็ได้ พร้อมคอยเก็บสถิติการนอนในแต่ละวันว่านอนหลับสนิทกี่ชั่วโมง บางรุ่นสามารถวัดความเครียดจากอัตราการเต้นของหัวใจเราเมื่ออยู่กับที่ได้ และเตือนให้เราขยับร่างกายบ้างหากอยู่นิ่ง ๆ นานเกินไป แบบนี้จะช่วยให้เรารู้ตัวว่าละเลยการดูแลตัวเอง หรือปล่อยให้ตัวเองเครียดเกินไปรึเปล่า โดยดูได้จากสถิติจริง ๆ ไม่ใช่วัดเอาจากความรู้สึก

3. กระตุ้นด้วยสถิติการออกกำลังกาย ทั้งระยะทางการวิ่ง จำนวนก้าว แคลอรี่ที่เผาผลาญออกไป หรือแม้กระทั่งสถิติเฉพาะกีฬาบางชนิด เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ เล่นสกี ตีกอล์ฟ ปั่นจักรยาน ฯลฯ เพื่อให้นักกีฬาเห็นพัฒนาการการฝึกฝนของตัวเอง หรือคนที่ออกกำลังกายทั่วไป ก็สามารถรู้ข้อมูลการออกกำลังกายของตัวเอง เหมือนมีเทรนเนอร์คอยเตือนว่าวันนี้เราออกกำลังกายครบตามเป้ารึยัง พัฒนาการเป็นอย่างไร ถ้าทำได้ตามเป้าก็จะยิ่งมีแรงบันดาลใจให้อยากออกกำลังกายทุกวัน

4.เก็บข้อมูลระยะทางว่าฝึกซ้อมมาไกลแค่ไหน ถือเป็นฟังค์ชั่นสำคัญที่ช่วยให้นักวิ่ง และนักกีฬาทั้งหลายหายกังวล เพราะจะคอยบอกว่าเราฝึกซ้อมมาเป็นระยะทางเท่าไหร่ และอยู่ที่ไหน จะได้รู้ว่าตัวเองฝึกซ้อมได้ระยะทางตามเป้าหมายหรือเปล่า พร้อมกับแสดงสถิติเพื่อให้เราเห็นถึงพัฒนาการของตัวเองด้วย นอกจากนี้ บางรุ่นยังมีคุณสมบัติกันน้ำ จะใส่ว่ายน้ำ ลุยฝน หรือจะใส่อาบน้ำด้วยก็ยังได้ เรียกว่าใส่เล่นกีฬาก็ดี ทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ก็ได้ แถมระบบนี้ยังกลายเป็นฟีเจอร์สำคัญของเทรนด์การวิ่งมาราธอนแบบใหม่ที่เรียกว่า Virtual Run โดยนักวิ่งไม่จำเป็นต้องไปยังสถานที่จัดงาน แต่วิ่งเก็บสถิติเองแล้วส่งไปร่วมกิจกรรมก็ยังได้

5.อยู่ที่ไหนก็ไม่พลาดการติดต่อ นาฬิกาเพื่อสุขภาพถึงมีอีกชื่อว่า smart watch ไง เพราะทำได้มากกว่าบอกเวลา บอกสถิติทางสุขภาพ ด้วยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สื่อสาร แม้จะออกกำลังกายอยู่ นาฬิกาก็จะคอยแจ้งเตือนทั้งสายเรียกเข้า ข้อความ อัพเดทโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ทำให้เราไม่พลาดทุกข้อความสำคัญ แถมยังคอยเตือนกำหนดการนัดหมายต่าง ๆ ราวกับเป็นเลขาส่วนตัวด้วย

           แหละด้วยประโยชน์ที่ได้รับมากมายขนาดนี้จึงส่งผลให้นาฬิกา smartwatch ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบใช้สินค้าไอทีที่ทันสมัยอยู่แล้ว หรือจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย นาฬิกา smartwatch ก็สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี แถมนาฬิกา smartwatch บางรุ่นสามารถฟังเพลงได้ด้วยทำให้ผู้ใช้รู้สึกสนุกและเพลิดเพลินไปกับการออกกำลังกายค่ะ

#นาฬิกาsmartwatch

7

                  หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการสร้างบ้าน สิ่งที่คุณควรต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเลยคือ  การไปรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการวางแผนการดำเนินงาน โดยเริ่มตั้งแต่จำนวนสมาชิกในบ้าน ความต้องการในด้านต่าง ๆ (ทั้งความต้องการของสมาชิกแต่ละคนในบ้าน สไตล์บ้าน และแนวคิดเรื่องบ้าน) งบประมาณที่ตั้งไว้ การกำหนดช่วงเวลาที่บ้านจะสร้างเสร็จ จำนวนชั้นของบ้าน และการเลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านที่คุณต้องการมากที่สุด ซึ่งสิ่งที่คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมก็จะมีดังต่อไปนี้

             ต้องการสร้างบ้านควรที่จะต้องเตรียมพร้อมในเรื่องอะไรบ้าง
1. จำนวนสมาชิกในบ้านมีกี่คน มีใครบ้าง อาศัยอยู่ร่วมกันแบบครอบครัวเดี่ยว หรือแบบครอบครัวใหญ่ มีผู้สูงอายุและเด็กหรือไม่ เพื่อกำหนดหรือคาดคะเนจำนวนห้องนอน ห้องน้ำ และห้องอื่น ๆ ที่ต้องมี ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้อยู่อาศัยในบ้าน
2.ความต้องการในด้านต่าง ๆ ซึ่งความต้องการนี้แบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ ความต้องการส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคน ความต้องการเรื่องสไตล์บ้าน และแนวคิดเรื่องบ้านที่เราต้องการ
•   ความต้องการส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคนในบ้าน รวบรวมข้อมูลว่าแต่ละคนมีความชอบ ความต้องการ งานอดิเรกเป็นอย่างไร อาจเป็นการพูดคุยกัน สอบถามโดยตรง รวมถึงสังเกตพฤติกรรมที่แต่ละคนทำเป็นประจำ
•   ความต้องการเรื่องสไตล์บ้านซึ่งเป็นภาพรวมของบ้านหนึ่งหลังว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายสไตล์
•   แนวคิดเรื่องบ้านที่เราต้องการปัจจุบันที่เราคำนึงถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น รวมถึงภูมิอากาศบ้านเราที่ร้อนชื้นฝนตกชุก ประกอบกับสังคมเมืองในปัจจุบันที่มีที่ดินที่จำกัด มีมลภาวะทางอากาศ และในหลายปีที่ผ่านมาก็มีภัยธรรมชาติเกิดขึ้น ทำให้มีแนวคิดเรื่องบ้านออกมามากมายให้เราได้เห็นตัวอย่างกัน
3.งบประมาณในการก่อสร้างบ้านหนึ่งหลัง การตั้งงบประมาณไว้จะช่วยให้ง่ายต่อการตัดสินใจว่าจะสร้างบ้านแบบไหน
4.การกำหนดช่วงเวลาที่บ้านจะสร้างเสร็จ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนล่วงหน้า จัดสรรเวลา และเตรียมตัวในแต่ละขั้นตอนอย่างคร่าว ๆ ได้
5.จำนวนชั้นของบ้านที่เราจะสร้างจำนวนชั้นของบ้านที่เราจะสร้างได้นั้น จะขึ้นอยู่กับขนาดของที่ดิน ขนาดพื้นที่บ้านที่เราต้องการ และจำนวนสมาชิกในบ้านแล้ว อย่างไรก็ตาม บางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมายซึ่งกำหนดการใช้สอยของที่ดินที่เราถือครองว่าสามารถก่อสร้างเป็นอาคารประเภทใดได้บ้าง สูงไม่เกินกี่เมตร ต้องมีพื้นที่ไม่เกินกี่ตารางเมตร ต้องเว้นที่ว่างและระยะถอยร่นต่าง ๆ เท่าไร
6. การเลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านที่เราต้องการ การจะสร้างบ้านสักหนึ่งหลังเราจะต้องมีแบบบ้านหรือแบบก่อสร้าง ซึ่งจะมี 4 วิธีให้เลือก คือ การหาแบบบ้านฟรีมาจ้างผู้รับเหมาให้ก่อสร้างบ้าน การว่าจ้างสถาปนิกจัดทำแบบและเราหาผู้รับเหมามาก่อสร้างให้ การจ้างบริษัทรับสร้างบ้าน การสร้างบ้านสำเร็จรูป ซึ่งในแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน จึงควรศึกษาเพื่อตัดสินใจเลือกวิธีการให้ได้แบบบ้านที่เหมาะสมและตอบโจทย์เรา ทั้งในเรื่องของงบประมาณ ความเฉพาะตัวของรูปร่างและขนาดที่ดิน   

             จะเห็นได้ว่า หากต้องการสร้างบ้านหนึ่งหลังจำเป็นต้องหาข้อมูลและรวบรวมออกมามากมาย เพื่อใช้ในการพิจารณาและตัดสินใจ เพื่อให้ได้บ้านที่ดีตามที่เราและคนในครอบครัวต้องการมากที่สุด และสามารถอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่ต้องกังวลถึงเรื่องปัญหาต่าง ๆ

#ต้องการสร้างบ้าน

8

                   ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าในช่วง 2 -3 ปีที่ผ่านมาผู้คนส่วนใหญ่หันมาสนใจและเลือกใช้หูฟังแบบไร้สายกันเยอะมาก ถึงแม้ว่าราคา หูฟังบลูทูธนั้นจะมีราคาแพงก็ตาม แต่ถึงอย่างไรการที่เราเลือกหูฟังบลูทูธที่มีราคาแพง ก็ย่อมดีกว่าการเลือกใช้หูฟังราคาถูก ๆ ที่ไม่ได้มาตราฐานอยู่แล้ว นอกจากนี้การเลือกใช้หูฟังบลูทูธที่มีราคาแพงยังช่วยให้เราได้รับประโยชน์จากการใช้งานมากขึ้นอีกด้วย โดยประโยชน์หลัก ๆ ที่เราจะได้จากหูฟังบลูทูธเลยก็มีดังนี้

               การเลือกราคา หูฟังบลูทูธที่แพง ๆ จะส่งผลดีต่อตัวผู้ใช้งานในด้านใดบ้าง

1.เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน
แน่นอนว่าเมื่อคุณไม่ต้องใช้มือหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าสะพายมาถือเอาไว้ในระหว่างการสนทนาก็สามารถทำให้เราทำกิจกรรมหรืองานอื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กันในระหว่างการสนทนาได้สบายขึ้น

2.ไร้สาย
ไม่มีสายมาเกะกะหรือพันกันยุ่งเหยิงในระหว่างการใช้งานหรือสามารถหยิบใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย แถมตัวหูฟังยังสามารถที่จะอยู่ห่างจากอุปกรณ์ได้ราว ๆ เกือบ 10 เมตร เลยทีเดียว

3.เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้หลากหลาย
การเชื่อมต่อผ่านสัญญาณบลูทูธไม่ได้ถูกจำจัดอยู่ที่โทรศัพท์ สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์อีกต่อไป เราสามารถนำไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดก็ได้ที่รองรับสัญญาณบลูทูธ ซึ่งอาจจะเป็นทีวี หรือเครื่องเล่นเพลงต่าง ๆ

4.ความปลอดภัย
เป็นอีกเรื่องที่ถือได้ว่าเป็นความสำคัญในระดับต้น ๆ เลยทีเดียวที่ทำให้เทคโนโลยีบลูทูธได้ถูกคิดค้นขึ้นมา เช่นลดผลกระทบจากคลื่นความถี่ของโทรศัพท์ให้ต่ำลงเมื่อใช้งานผ่านหูฟังบลูทูธหรือเมื่อขับรถแล้วมีสายที่ต้องสนทนาก็ยังให้การขับขี่มีความปลอดภัยเพราะลดความกังวลจากการใช้งานโทรศัพท์ทำให้มีสมาธิในการขับขี่อยู่ตลอดเวลา

            ดังนั้นหากคุณคิดจะหาซื้อหูฟังบลูทูธดี ๆ สักตัวหนึ่ง ควรดูในรายละเอียดเรื่องราคา หูฟังบลูทูธ ให้ดี ๆ เพราะส่วนใหญ่ที่ทำให้ของชิ้น ๆ หนึ่งแพงได้นั้นต้องผ่านการตรวจสอบหลายสิ่งหลายอย่างกว่าจะถูกให้ปล่อยออกมาวางจำหน่ายได้ ดังนั้นจึงไม่เลยที่จะสามารถบอกได้ว่าจ่ายแพงย่อมดีกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรที่จะต้องรู้ถึงรายละเอียดของแบรนด์ ๆ นั้นเอาไว้บ้างเพื่อเป็นการป้องกันการโดนโกงจากผู้ขายที่ต้องการกำไรสูง ๆ โดยเอาของถูกมาหลอกขายในราคาแพงให้กับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ เพื่อเป็นการเซฟตัวเองเวลาต้องซื้อของใช้ไอทีที่มีราคาแพง ๆ ควรที่จะต้องไปเลือกซื้อในที่ ๆ ไว้ใจได้ มีความน่าเชื่อถือ อย่างในศูนย์ของแบรนด์นั้น ๆ เลยก็จะดีมาก ๆ ค่ะ

#ราคาหูฟังบลูทูธ

9

               ทุกวันนี้เทคโนโลยีการผลิตทีวีก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ก่อนหลายบ้านคุ้นเคยกับการชมละคร ดูข่าว ดูรายการต่าง ๆ ผ่านทีวีจอตู้ขนาดหนา ๆ เพียงอย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้กลับถูกพัฒนาให้กลายเป็น Smart TV ที่มีระบบการทำงานและรูปลักษณ์ภายในและภายนอกในด้านต่าง ๆ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม อาทิ ตัวเครื่องที่บางลง ฟังก์ชันการใช้งานที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม, เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, การเข้าเว็บบราวเซอร์, ดาวน์โหลดแอพพลิเคชันเพิ่มเติมได้เสมือนการใช้สมาร์ทโฟน หรือจะใช้แฟลชไดร์ฟต่อเข้ากับพอร์ตของ Smart TV เพื่อการฟังเพลง ชมภาพยนตร์ แถมบางรุ่นยังมีความ “ฉลาด” สามารถสั่งงานด้วยเสียง, ควบคุมด้วยท่าทาง หรือจะเป็นการปลดล็อคหน้าจอด้วยเทคโนโลยีจดจำใบหน้าได้ ด้วยประโยชน์ที่มากมายขนาดนี้จึงส่งผลให้ ราคา สมาร์ททีวี สูงกว่าทีวีแบบทั่วไป ดังนั้นก่อนซื้อสมาร์ททีวีจึงต้องเลือกให้ดี ๆ ต้องให้คุ่มค่ากับเงินที่เสียไป โดยมี 8 สิ่งดังต่อไปนี้ที่เราควรต้องพิจารณา

           การซื้อสมาร์ททีวีดี ๆ สักเครื่องนั้นไม่ได้ใช้พิจารณาเพียงแค่เรื่องของ ราคา สมาร์ททีวีเพียงอย่างเดียว

1. วิธีเลือกขนาดจอทีวีให้เหมาะสม
ขนาดของจอทีวีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องพิจารณาในการซื้อทีวีเครื่องใหม่ คุณควรคำนึงว่าที่ ที่คุณนั่งดูทีวีนั้นห่างจากทีวีมากแค่ไหน ซึ่งกฎง่าย ๆ คือ คุณควรจะนั่งห่างจากทีวีเป็นระยะมากกว่าสามเท่าของความสูงของจอทีวี
จากนั้นจึงเลือกจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถวางได้อย่างเหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ขนาด 50-65 นิ้วสำหรับวางในห้องนั่งเล่น โดยหากคุณดูทีวีและสามารถมองเห็นจุดพิกเซลได้ นั่นหมายความว่าคุณนั่งใกล้เกินไปหรือทีวีมีขนาดใหญ่เกินไป
ขนาดจอที่เหมาะสมยังขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่จะดูทีวีพร้อมกันด้วย เช่น ถ้าคุณดูทีวีพร้อมกันทั้งครอบครัวสี่คน คุณอาจต้องการทีวีขนาดใหญ่กว่าการดูคนเดียวเป็นหลักเพื่อให้ทุกคนสามารถได้ชมภาพได้อย่างสบายตา

2. ความละเอียดต้องมากแค่ไหน
เวลาเราพูดถึงความละเอียดของจอทีวีนั้นเรากำลังพูดถึงจำนวนของพิกเซลบนหน้าจอที่ใช้แสดงสีสันให้เราได้เห็น การที่จอภาพมีพิกเซลมากกว่า (หรือหนาแน่นกว่า) ย่อมหมายถึงความละเอียดและความคมชัดที่สูงกว่า ดังนั้นเราอาจพูดได้ง่าย ๆ ว่าค่าความละเอียดนั้นยิ่งสูงยิ่งดี
Full HD คือ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งถือได้ว่าเป็นความละเอียดมาตรฐานของทีวีส่วนใหญ่ทั่วโลก ก่อนที่จะมีเทคโนโลยีที่มีความละเอียดสูงกว่านั้นที่เรียกว่า Ultra HD หรือ 4K ซึ่งมีความหนาแน่นของพิกเซลมากกว่า Full HD ถึง 4 เท่า ด้วยความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล

3. คำว่า HDR บนทีวีหมายถึงอะไร
หากคุณต้องการสีสันที่มากกว่าทีวี 4K ทั่วไป คุณอาจเลือกรุ่นที่รองรับฟีเจอร์ HDR (high dynamic range) ซึ่งจะมาพร้อมชื่ออย่าง “HDR10” หรือ “4K Premium” และ “Dolby Vision” โดยทีวีเหล่านี้จะสามารถแสดงเฉดสีได้ในช่วงที่กว้างกว่าทีวี 4K ทั่วไป รวมถึงความแตกต่างของส่วนที่สว่างและมืดของภาพ (contrast) ดังนั้นส่วนที่มืดก็จะสามารถมืดได้กว่าทีวี 4K ทั่วไป โดยที่ ภาพของเครื่องรุ่นที่รองรับ Dolby Vision นั้นแสดงผลได้ดีกว่า HDR10
มาตรฐาน HDR และ Dolby Vision เป็นเทคโนโลยีที่เป็นเหมือนการอัพเกรดต่อจากทีวี 4K เดิม ทั้งนี้ ทีวี Full HD (1080p) ปกติจะยังไม่มีเทคโนโลยีนี้ ทั้งนี้มันยังถือเป็นมาตรฐานที่ยังไม่คงที่และอาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

4. Refresh Rate คืออะไร
Refresh rate คือ ค่าที่บ่งบอกอัตราความถี่ในการแสดงผลบนหน้าจอ โดยจะระบุไว้เป็นหน่วย Hertz (Hz) โดยจอที่มีค่า refresh rate อยู่ที่ 60 Hz จะแปลว่าภาพบนหน้าจอนั้นจะถูกปรับเปลี่ยน 60 ครั้งต่อ 1 วินาทีซึ่งแปลว่ามันสามารถแสดงผลสูงสุด 60 เฟรมต่อวินาที

5. จำนวนพอร์ต HDMI
คุณอาจคิดว่าจำนวนพอร์ต HDMI นั้นไม่สำคัญแต่ในการใช้งานจริงคุณจะพบว่ามันถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว หากคุณต้องการใช้งานทั้ง ซาวด์บาร์, Apple TV, Play Station และอื่น ๆ การมีจำนวนพอร์ต HDMI ที่มากพอจะทำให้คุณไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เข้าออก
สมาร์ทีวีราคาถูกมักจะลดต้นทุนด้วยการลดจำนวนพอร์ตต่าง ๆ ออกไป เราคิดว่าคุณควรมองหาทีวีที่มีพอร์ต HDMI อย่างน้อย 3-4 พอร์ต นอกจากนี้ หากคุณเลือกลงทุนในทีวี 4K แล้ว คุณควรเลือกรุ่นที่รองรับ HDMI 2.0 ซึ่งจะรองรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่แพร่หลายมากขึ้นในอนาคต

6. Smart TV ที่ใช้งานได้สะดวก
ทีวีส่วนใหญ่ที่วางขายในปัจจุบันนั้นเป็น Smart TV อยู่แล้ว กล่าวคือมันสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi และใช้บริการสตรีมมิ่งต่าง ๆ เช่น Netflix หรือ YouTube ได้ในตัว หรือแม้แต่เล่นเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ (ซึ่งใช้งานไม่สะดวกอย่างยิ่ง!)
ต่างจากสมาร์ททีวีเมื่อ 2-3 ปีก่อน ทีวีรุ่นใหม่ ๆ มาพร้อมกับรูปแบบการใช้งานที่สะดวกกว่าเดิมมาก โดยบางยี่ห้อ เช่น LG, Samsung, Sony นั้นมาพร้อมกับปุ่มเลือกใช้งานแอปต่าง ๆ ที่ทำให้เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าคุณควรจะเลือกทีวีที่รองรับแอปที่คุณต้องการใช้งานในตัว เพราะนั่นแปลว่าคุณจะไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเช่น Chromecast หรือ Android Box โดยไม่จำเป็น

              นอกจากนี้อย่าลืมดูให้ละเอียดด้วยว่า ราคา สมาร์ททีวีที่ถูกบางรุ่นอาจเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้จริง แต่การใช้งาน    แอปต่าง ๆ นั้นยุ่งยากและไม่ลื่นไหล คุณอาจไม่ต้องกังวลมากนักถ้าเลือกซื้อยี่ห้อชั้นนำ แต่หากเป็นยี่ห้ออื่น ๆ คุณควรทดลองใช้งานดูว่ามันสามารถดูรายการผ่านแอปที่คุณต้องการได้หรือไม่ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายเงินที่เสียไปที่หลัง

#ราคาสมาร์ททีวี

10

                    ทุกวันนี้เทคโนโลยีถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมากจนทำให้หลาย ๆ คนอาจจะตามกันแทบไม่ทันเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการสื่อสารอย่าง สมาร์ทโฟน ที่มีการเปลี่ยนแปลงและถูกพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม อย่างสายชาร์จโทรศัพท์ที่เดิมทีนั้นต้องใช้เสียบกับตัวโทรศัพท์เพื่อชาร์จให้กระแสไฟเข้า แต่เดี่ยวนี้กลับมี wireless charger ที่เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานมากขึ้น เพียงแค่วางโทรศัพท์กับ wireless charger ที่มีกระแสไฟไหลอยู่เพียงเท่านี้ก็สามารถชาร์จโทรศัพท์ของท่านได้แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปการเสียบเข้าเสียบออกระหว่างสายชาร์จกับเครื่องโทรศัพท์แถมยังเป็นการถนอมช่องที่เสียบสายชาร์จไม่ให้พังเร็วอีกด้วย แหละที่สำคัญ wireless charger ราคาก็ไม่ได้แพงมากจนเกินไป เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจที่ชาร์จแบบ wireless แล้วละก็ตามเรามาทางนี้เลย เพราะเรามีรุ่น wireless charger ราคาเบา ๆ สบายกระเป๋าเอามาฝากให้กับทุก ๆ ด้วยพร้อมแล้วก็มาดูกันเลยค่ะ

                 wireless charger ราคาเบา ๆ คุณภาพจัดเต็มที่ควรมีไว้เป็นอย่างยิ่ง

1.Momax Q.Pad X Fast Wireless Charger
แท่นชาร์จแบบเร็วไร้สายที่มาพร้อมดีไซน์สุดเรียบหรู บางเพียง 8 มิลลิเมตร ถึงจะดูเรียบ ๆ แบบนี้ แต่สามารถจ่ายไฟออกได้แรงสุดถึง 10W กันเลยทีเดียว แต่ต้องใช้งานคู่กับหัว Adapter ที่รองรับการชาร์จเร็ว (Fast Charge) นะคะ วัสดุ ABS ที่มีคุณสมบัติทนทานความร้อนสูง และด้านล่างมียางซิลิโคนกันลื่นอีกด้วย

2. ESR Qi Wireless Charger
เพิ่มระดับความหรูขึ้นมาอีกหน่อย สำหรับ ESR Qi Wireless Charger แท่นชาร์จไร้สายที่ถือว่าบางที่สุดในเวลานี้ บางเพียงแค่ 6 มิลลิเมตร และวัสดุฐานชาร์จยังเคลือบผิว Rubber ที่ป้องกันรอยนิ้วมือตัดกับขอบอัลลอยด์สวยงาม และยังมีระบบชาร์จเร็วที่จ่ายไฟออก 9V/2A เมื่อใช้งานร่วมกับ Adapter ที่รองรับ QC 2.0/3.0 หรือจ่ายไฟได้ 9v 1.7A ชาร์จไม่นานแบต iPhone ก็เต็มแล้ว

3. Baseus Wireless Charging Pad Type-C cable
ถือว่าเป็นแท่นชาร์จที่แปลกใหม่ สามารถชาร์จได้ทั้งแบบแนวราบและแนวตั้ง ที่เรียกได้ว่า 2 in 1 ตามใจผู้ใช้ได้เลย สามารถตั้งได้ 60 องศา เผื่อว่าใครต้องการความสะดวกในการดูหน้าจอโทรศัพท์ แต่ถ้าต้องการชาร์จแบบวางก็สามารถนำขาตั้งออกและวางราบได้เลย มาพร้อมกับสายชาร์จ Type-C ที่เสียบเข้ากับแท่นชาร์จ

4. Samsung 2019 Wireless Charger Duo Pad
ความดีงามของที่ชาร์จรุ่นนี้คือ คุณสมบัติที่ชาร์จไฟได้เร็วมาก แถมยังรองรับการชาร์จพร้อมกันทีเดียว 2 เครื่องด้วย เช่น คุณอยากชาร์จสมาร์ทโฟนพร้อมกับ Smart Watch หรือ นาฬิกาอัจฉริยะ ก็สามารถทำได้ ไม่ต้องเสียเวลามานั่งชาร์จทีละอย่าง แต่ตัวนี้จะรองรับเฉพาะสมาร์ทโฟนของ samsung รุ่นที่รองรับระบบ QI การชาร์จแบบไร้สายเท่านั้น

                เป็นยังไงกันบ้างค่ะ กับยี่ห้อ  wireless charger ราคาประหยัด ๆ ที่เราได้เอามาฝาก หวังว่าจะเป็นที่ถูกใจของใครหลาย ๆ คนนะคะ แต่ก่อนจะซื้อตัว  wireless charger นั้นอย่าลืมดูโทรศัพท์ของตัวเองด้วยว่ารองรับการชาร์จแบบไร้สายหรือเปล่า เพราะถ้าเครื่องไม่ได้รองรับการชาร์จแบบไร้สายต่อให้คุณซื้อ wireless charger ราคาแพงแค่ไหนก็ชาร์จไม่เข้าค่ะ

#wirelesschargerราคา

11

                    ปัจจุบันเทคโนโลยีของ tv ได้ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก ทั้งในเรื่อง ภาพ สี และเสียง มียัน tv ภาพเสมือนจริง อย่าง tv 3 มิติ ซึ่ง tv แบบ 3 มิตินี้เวลาดูต้องใส่แว่นตา 3 มิติ ในการดู จะช่วยทำให้การรับชมดูสมจริง สนุก และอินไปกับการดูมากยิ่งขึ้น แถม ราคา tv ก็มีหลากหลายช่วง ตั้งแต่ราคาระดับถูกไปถึงราคาระดับแพง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อตามกำลังทรัพย์ของตัวเองได้โดยไม่ต้องเดือนร้อน แต่ถ้าใครที่สนใจในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของทีวีและมีกำลังทรัพย์ที่มากพอเราขอแนะนำให้คุณมองไปที่ ทีวี 4K ได้เลย อาจจะมีหลายคนที่สนใจว่าเจ้าตัว ทีวี 4K นี้นั้นมันมีดีแตกต่างจากทีวีธรรมดายังไงบ้าง ก็ถ้าจะให้พูดง่าย ๆ เลยคือเจ้า ทีวี 4k นี้มีความละเอียดของภาพอย่างน้อย 3,840 x 2,160 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่มากกว่า Full HD ถึง 4 เท่า ทำให้เห็นภาพที่คมชัดสมจริงทั้งแสงและสีที่สวยงามเป็นธรรมชาติ เพราะด้วยคุณภาพที่ดีกว่าจึงทำให้ ราคา tv 4k แพงกว่าทีวีแบบธรรมดา แต่ถึงยังไงเวลาเลือกซื้อ tv 4k นั้นก็มีบางข้อที่เราควรต้องระวังเหมือนกัน ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยค่ะ

                  ข้อระวังก่อนเลือกซื้อ tv 4k ที่เราไม่ควรดูแค่ในเรื่องของ ราคา tv เพียงอย่างเดียว
1. ซื้อทีวีผิดขนาด ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ
หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ชอบ” ยิ่งจอใหญ่ๆก็ยิ่งดี เพราะจะทำให้คุณสัมผัสกับประสบการณ์ความคมชัดเต็ม ๆ ตา อย่างไรก็ตาม เราไม่เถียงว่าจอใหญ่ย่อมดีกว่าจอเล็ก แต่คุณก็ควรจะคำนึงถึงขนาดของห้องที่วาง tv ของคุณด้วย ถ้าขนาดห้องเล็กแต่ที่มี tv ที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้คุณปวดเมื่อยต้นคอเวลาดูได้เพราะต้องคอยแหงนคอขึ้น ๆ ลง ๆ
2. อย่ามัวให้ความสนใจกับฟีเจอร์ที่ไม่ค่อยจำเป็น
tv หลายแบรนด์พยายามจะใส่ฟีเจอร์ที่ไม่ค่อยจำเป็นเข้ามาให้ดูล้ำ ๆ ในการทำการตลาด แต่เชื่อเถอะว่า ฟีเจอร์ส่วนใหญ่ที่ว่ามานั้นไม่ค่อยมีประโยชน์กับคุณเท่าไหร่ ก่อนจะเลือกซื้อให้ลองถามตัวเองก่อนว่าฟีเจอร์เหล่านั้นมันจำเป็นสำหรับคุณจริง ๆหรือไม่
3. ไม่ต้องซื้อรุ่นใหม่ล่าสุดมากก็ได้
หลายคนเวลาเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจจะคิดว่าซื้อรุ่นใหม่ล่าสุดไว้ก่อนจะดีกว่า แต่เราขอแนะนำให้คุณเลือกทีวีรุ่นใหม่สุดที่ราคาสมเหตุสมผลพอที่คุณจะซื้อได้ และมีฟีเจอร์ที่จำเป็นครบถ้วนก็เพียงพอ ถ้าเป็นไปได้ก็พยายามซื้อทีวีที่มีฟีเจอร์ HDR ไว้ด้วย จะได้รองรับกับ Content ในอนาคต
4. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาของแบรนด์ต่าง ๆ มากจนเกินไป
อย่าที่บอกไปข้างต้นว่าทีวีบางแบรนด์ก็มักจะนำเสนอฟีเจอร์ที่ไม่ค่อยจำเป็น อย่าเพิ่งเชื่อคำกล่าวอ้างของแบรนด์ง่าย ๆ จนกว่าคุณจะได้ทำการศึกษาข้อมูลของทีวีรุ่นนั้น ๆ อย่างถ่องแท้ และควรไปทดลองดูของจริงให้เห็นกับตา รวมถึงเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ ที่มีคุณสมบัติและราคาใกล้เคียงกันด้วย
5. อย่าลืมพิจารณาวัตถุประสงค์หลักในการใช้งานของตัวเอง
tv แต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน เช่น ทีวีบางรุ่นอาจจะเหมาะสมกับการดูกีฬา บางรุ่นเหมาะสมกับการเล่นเกม ดังนั้นเวลาเลือกซื้อ คุณก็ควรคิดก่อนว่าคุณใช้ทีวีดูอะไรเป็นหลัก อย่าเพิ่งไปตัดสินใจซื้อตามเพื่อน เพราะเขาบอกว่ารุ่นนี้ดี เนื่องจากความต้องการใช้งานของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน
6. อย่าซื้อแค่เพราะเห็นว่าราคาถูก
แน่นอนว่าเวลาเลือกซื้ออะไร เราก็อยากจะซื้อของที่ราคาถูกกว่าไว้ก่อน แต่ราคาถูกในที่นี้คุณก็ควรจะเปรียบเทียบกับคุณภาพของสินค้าด้วย tv บางรุ่นมีราคาที่ถูกมากจริง ๆ แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้แล้ว ราคาที่ว่าถูกอาจจะไม่คุ้มค่าสักเท่าไหร่นัก สู้ยอมซื้อรุ่นที่ราคาสูงกว่านิดหน่อย แต่คุณภาพสมราคาดีกว่า อย่าตัดสินใจเลือกซื้อ tv เพียงเพราะราคามันถูกอย่างเดียว
7. ถูกไปก็ไม่ดี แพงไปก็ไม่ได้
อย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่าไม่ควรซื้อ tv  รุ่นที่ราคาถูกจนเกินไปนัก เพราะของถูกเกินไปมักมากับคุณภาพที่ไม่ดี ในทางกลับกัน คุณก็ไม่ควรจะซื้อ tv  ที่แพงเกินความจำเป็นด้วย! ส่วนใหญ่แล้ว tv ที่ราคาสูงมาก ๆ อาจจะมาจากดีไซน์ที่ดูสวยล้ำสมัย หากคุณไม่ได้มีความนิยมชมชอบกับดีไซน์เลิศหรูอลังการ ก็อาจจะมองข้ามจุดนี้ได้ เลือกที่พอเหมาะพอควรกับงบประมาณเราดีกว่าค่ะ

               เห็นไหมค่ะ ว่าการที่จะเลือกซื้อ tv ดี ๆ สักเครื่องนั้นใช่ว่าจะวัดกันที่ ราคา tv เพียงอย่างเดียวแต่มันยังมีรายละเอียดอะไร ๆ อีกหลาย ๆ อย่าง ที่จะช่วยให้คุณได้ tv ที่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปและเหมาะสมกับการต้องการใช้งานของคุณได้มากที่สุดอีกด้วยค่ะ

#ราคาtv

12

              ทีวีแอลอีดีจัดว่าเป็นประเภทของทีวียอดนิยมมากที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้ โดยจุดเด่นของทีวีแอลอีดีเลยคือ ให้สีที่ถูกต้องเป็นธรรมชาติภาพสวยสีเข้มคมชัด กินไฟน้อยและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จึงไม่แปลกเลยที่ในปัจจุบันใคร ๆ ถึงได้หันมาเลือกซื้อและเลือกใช้ทีวีแอลอีดีกันหมด นอกจากนี้ทีวีแอลอีดียังมีหลายขนาดให้ผู้ใช้เลือกซื้อได้ตามความต้องแต่ถ้าจะให้ดีก็ควรต้องคำนึงถึง ระยะที่เหมาะสมกับการใช้จอทีวีแต่ละขนาดด้วย เพราะหากระยะการรับชมที่ใกล้หน้าจอเกินไป อาจทำให้เกิดอาการปวดตาจากการรับแสงจากหน้าจอมากจนเกินไปจะเป็นอันตรายต่อดวงตาก็เป็นได้ แต่ถ้ามีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเยอะ ก็สามารถเลือกขนาดจอทีวีได้อย่างอิสระ โดยระยะที่เหมาะสมกับการดูทีวีแอลอีดีในแต่ละขนาดควรมีระยะห่างดังต่อไปนี้

        ระยะที่เหมาะสมกับการดูทีวีแอลอีดีในแต่ละขนาด
ระยะที่เหมาะสมกับจอทีวีแต่ละขนาด ด้วยขนาดจอทีวีที่ใหญ่ จะช่วยให้การรับชมภาพยนตร์ในทีวีได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น ระยะห่างในการรับชมทีวีที่เหมาะสม
•   ทีวีขนาด 26 นิ้ว ระยะห่าง 0.98 เมตร
•   ทีวีขนาด 32 นิ้ว ระยะห่า 1.25   เมตร
•   ทีวีขนาด 42 นิ้ว ระยะห่าง 1.58 เมตร
•   ทีวีขนาด 47 นิ้ว ระยะห่าง 1.76 เมตร
•   ทีวีขนาด 50 นิ้ว ระยะห่าง 1.9   เมตร
•   ทีวีขนาด 55 นิ้ว ระยะห่าง 2.06 เมตร
•   ทีวีขนาด 60 นิ้ว ระยะห่าง 2.25 เมตร
•   ทีวีขนาด 70 นิ้ว ระยะห่าง 2.63 เมตร

               การเลือกขนาดทีวีแอลอีดีที่เหมาะกับระยะห่างในการรับชม จะช่วยให้การรับชมโทรทัศน์มีอรรถรสมากยิ่งขึ้น ได้รับความละเอียดที่เหมาะสม แถมยังเป็นการถนอมสายตาของคุณจากการมองหน้าจอเป็นเวลานาน หรือแสงสะท้อนเข้าดวงตา ซึ่งจะส่งผลเสียกับสุขภาพสายตาในระยะยาวได้ค่ะ ดังนั้นควรเลือกซื้อขนาดของทีวีแอลอีดีให้เหมาะสมด้วยนะคะ

#ทีวีแอลอีดี

13

               โอเมก้าเป็นแหล่งสารอาหารที่มีประโยชน์อยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโอเมก้า 3 ที่ช่วยพัฒนาระบบประสาทและสมองของเด็ก , ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ , ลดการเกิดโรคอัลไซเมอร์ และลดการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม โอเมก้า 6 ที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวจึงลดปัญหาผิวแห้งแตกเป็นขุย , ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ควบคุมระดับฮอร์โมนในร่างกายให้เป็นปกติ รวมไปจนถึงช่วยให้เลือดแข็งตัวได้ง่ายขึ้น จึงทำให้ร่างกายมีระบบไหลเวียนโลหิตที่สมบูรณ์ ส่วนโอเมก้า 9 ช่วยในการสร้าง ฮอร์โมน โพรสตาแกลนดิน , ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี , ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ , ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเราสามารถรับสารอาหารเหล่านี้ได้จากการทานอาหารเข้าไปแต่ก็มีสารอาหารบางอย่างที่เราไม่ต้องทานเข้าไปเพราะร่างกายสามารถผลิตได้เองเหมือนกัน ว่าแต่จะมีอาหารชนิดไหนบ้างนะที่มีสารอาหารโอเมก้า 3 6 9 เหล่านี้อยู่บ้าง พร้อมแล้วเรามาดูกันเลยค่ะ

         ประเภทอาหารที่มีโอเมก้า 3 6 9
1.โอเมก้า 3
•   อาหารจำพวกปลาและอาหารทะเล โดยเฉพาะจำพวกปลาน้ำเย็น เช่น แซมอน แมคเคอเรล ทูน่า และซาร์ดีน เป็นแหล่งของโอเมก้า 3 ชั้นดี
2.โอเมก้า 6
•   พบมากในในน้ำมันพืชต่าง ๆ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง ดอกทานตะวัน ข้าวโพด
3.โอเมก้า 9
•   ขมันจากถั่วลิสง น้ำมันมะกอก คาโนลา น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน งา ถั่วพิตาชิโอ อัลมอนด์ และอะโวคาโด

                แต่ถึงการทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 6 9 จะมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากก็จริง แต่ก็ควรรับประทานให้เหมาะสมพอดีกับความต้องการของร่างกาย ไม่ควรที่จะทานมากไปหรือน้อยไป เพราะการทำอะไรที่เกินเลยอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้ค่ะ และที่สำคัญในการที่จะมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงก็ควรที่จะต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ

#โอเมก้า

14

            น้ำนมเปรียบเสมือนเป็นแหล่งรวมของสารอาหารชั้นดีรวมเอาไว้อยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะนมรสจืดเพราะสามารถให้คุณค่าทางอาหารได้สูงกว่านมรสหวานเยอะมาก ทั้งแคลเซียม โปรตีน วิตามินเอ วิตามินอี ดังนั้นผู้ปกครองควรที่จะสนับสนุนให้เด็ก ๆ ทานนมรสจืด นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยลดพฤติกรรมการติดหวาน เสี่ยงต่อโรคอ้วน ช่วยลดฟันผุ อีกด้วย น้ำนมมีคุณค่าทางโภชนาการสูงเหมาะสมสำหรับทุกวัย เพราะมีโปรตีนคุณภาพดีและมีแคลเซียมสูง โดยเฉพาะนมโคสด 100% ไขมันต่ำ รสจืด แหละถ้าจะให้ดีก็ควรที่จะต้องทานอย่างถูกวิธีเพื่อที่จะได้รับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่มากที่สุดโดยสามารถทานให้ถูกวิธีได้ดังต่อไปนี้ค่ะ

            การดื่มนมรสจืดอย่างถูกวิธีทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากที่สุด
•   ไม่ควรเติมน้ำตาลเกิน 8 กรัมต่อนม 100 มิลลิลิตร ถ้าจะเติมควรใช้น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลอ้อยจะดีที่สุด เพราะเป็นน้ำตาลที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย และไม่ควรเติมน้ำตาลในนมร้อน ๆ เกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดสารพิษต่อร่างกายได้ (ควรเติมในขณะที่อุณหภูมิ 40-50 องศา)
•   การเติมช็อกโกแลตลงในนมอาจจะทำให้แคลเซียมในนมกับกรดออกซาลิก (Oxalic acid) ในช็อกโกแลตผสมกัน เกิดเป็นแคลเซียมออกซาลิก ซึ่งจะเป็นตัวทำลายสุขภาพ ส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายขาดแคลเซียม มีอาการท้องเสีย เด็กเจริญเติบโตช้า กระดูกเปราะ ผมแห้ง และเป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
•   บางคนคิดว่าการรับประทานยาพร้อมกับนมจะมีประโยชน์กับร่างกาย คุณคิดผิดแล้ว ! เพราะมันอาจจะส่งผลกระทบต่อการดูดซึมของยาได้ ทำให้ความเข้มข้นของยาในเลือดลดลง ดังนั้น คุณไม่ควรดื่มนมก่อนหรือหลังรับประทานยา 1-2 ชั่วโมง
•   ไม่ควรต้มนมให้เดือดด้วยอุณหภูมิสูงถึง 100 องศาเซลเซียส อาจจะทำให้น้ำตาลในนมไหม้เกรียมได้ ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดโรคมะเร็งได้
•   ไม่ควรเติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มลงในนมอาจจะไปทำลายโปรตีนในน้ำนมได้ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ
•   ไม่ควรรับประทานข้าวต้มพร้อมกับการดื่มนม เพราะจะไปทำลายวิตามิเอในนมได้ และจะส่งผลให้เด็กเจริญเติบโตช้า

              ถึงแม้ว่าประโยชน์ของนมรสจืดจะมีมากเพียงใดก็แล้วแต่ ทว่า ก็ยังมีหลาย ๆ คนที่มีปัญหาจากการดื่มนมเช่น ผู้ที่แพ้นม โดยเฉพาะ นมวัว ซึ่งแม้จะมีน้อยคนก็ตามที แต่หากแพ้นมวัวแล้วละก็ อาจทำให้เป็นอันตรายได้ ดังนั้นผู้แพ้นมวัวควรหันไปรับประทานนมชนิดอื่นแทนก็จะช่วยให้ได้รับประโยชน์ของนมได้เช่นเดียวกันค่ะ

#นมรสจืด

15

                น้ำนมจัดว่าเป็นนอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมีสารอาหารครบ 5 หมู่จึงช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกายได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยทำให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคได้อีกด้วย โดยเฉพาะการที่เราได้ดื่มนม 100 % ที่ไม่มีการปรุงแต่งรสชาติเลยก็จะช่วยให้เราได้รับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ของน้ำนมได้อย่างเต็มที่มากที่สุด ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับหลัก ๆ เลยจะมีดังนี้

           ประโยชน์ที่จะได้รับจากการดื่มนม 100% โดยที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งรสชาติ
•   ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายในวัยผู้ใหญ่ ทั้งยังมีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของเด็ก ๆ
•   ไขมันจากนมช่วยเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย (เรียกว่า “มันเนย”)
•   ช่วยบำรุงหัวใจ และประสาท (วิตามินบี1)
•   ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย (วิตามินบี1)
•   ช่วยในการทำงานของระบบเซลล์ผิวหนัง (วิตามินบี2)
•   ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง (วิตามินบี12)
•   ช่วยป้องกันการเกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อ (วิตามินดี)
•   ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด (วิตามินดี)
•   ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
•   ช่วยให้กระดูกเจริญเติบโตและแข็งแรง ซึ่งจำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะเด็กในช่วงก่อนเข้าวัยรุ่นและช่วงวัยรุ่น
•   ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกในวัยเด็ก และสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกเปราะได้
•   ดื่มนมในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นแล้วจะช่วยทำให้ตัวสูงขึ้น เพราะแคลเซียมจะช่วยทำให้กระดูกยาวขึ้น
•   มีส่วนช่วยลดความดันโลหิต (แคลเซียม)
•   ลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ (แคลเซียม)
•   ช่วยทำให้ระบบประสาทไวต่อสิ่งเร้ามากขึ้น (แคลเซียม)
•   ช่วยทำหน้าที่ยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อ (แคลเซียม)
•   ช่วยทำให้เลือดแข็งตัว (แคลเซียม)
•   ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารเป็นปกติ ทำให้ขับถ่ายได้สะดวก ป้องกันอาการท้องผูก (นมเปรี้ยว)
•   ช่วยลดน้ำหนักตัวได้ ซึ่งจากการศึกษาโดยใช้นมพร่องมันเนยในเด็กวัยรุ่นที่อยู๋ในช่วงลดน้ำหนักพบ ว่ากลุ่มที่ดื่มนมพร่องมันเนยสามารถลดน้ำหนักได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ดื่ม

                 อย่างไรก็ตามถึงแม้การดื่มนม 100% โดยที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งจะมีประโยชน์หลายอย่างแต่ก็ไม่ควรที่จะทานคู่กับ ยา เพราะมันอาจจะส่งผลกระทบต่อการดูดซึมของยาได้ ทำให้ความเข้มข้นของยาในเลือดลดลง ดังนั้น คุณไม่ควรดื่มนมก่อนหรือหลังรับประทานยา 1-2 ชั่วโมง  ไม่ควรที่จะอุ่นนมด้วยอุณหภูมิสูงถึง 100 องศาเซลเซียส เพราะอาจจะทำให้น้ำตาลในนมไหม้ ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ แคลเซียมเกิดตะกอนทำให้ดูดซึมได้ยากขึ้น ทางที่ดีการต้มเพื่อฆ่าเชื้อในนมใช้อุณหภูมิที่ 60 องศาเซลเซียสประมาณ 6 นาที หรือที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสประมาณ 3 นาทีก็เพียงพอแล้วค่ะ ไม่ควรเติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มลงในนมอาจจะไปทำลายโปรตีนในน้ำนมได้ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ และข้อสุดท้ายไม่ควรรับประทานข้าวต้มพร้อมกับการดื่มนม เพราะจะไปทำลายวิตามินเอในนมได้ค่ะ

#นม100%

หน้า: [1] 2 3